กมธ.พาณิชย์และอุตสาหกรรม วุฒิสภา ส่งเสริมการค้าชายแดนไทย-มาเลย์

หมวดหมู่ : สงขลา, ทั่วไป,

อ่าน : 253
กมธ.พาณิชย์และอุตสาหกรรม วุฒิสภา ส่งเสริมการค้าชายแดนไทย-มาเลย์

สงขลา-คณะกรรมาธิการการพาณิชย์และการอุตสาหกรรม วุฒิสภา หารือส่งเสริมการค้าชายแดนไทย–มาเลเซีย หนุนวิสาหกิจชุมชนเติบโตอย่างยั่งยืน

             นายนิพนธ์ เอกวานิช  รองประธานคณะกรรมาธิการการพาณิชย์และการอุตสาหกรรม วุฒิสภา เป็นประธานการประชุมแนวทางการส่งเสริมการค้าชายแดนและวิสาหกิจชุมชน  เพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน แลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับปัญหาเชิงโครงสร้างรวมถึงประเด็นที่ควรผลักดันสู่การปรับปรุงกฎหมาย นโยบาย หรือแผนระดับชาติ  เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 69 เวลา 10.30 น  ณ ห้องประชุม 1 ชั้น 5 ศาลากลางจังหวัดสงขลา โดยมีนายชูชีพ ธรรมเพชร รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา หัวหน้าส่วนราชการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมให้การต้อนรับและรายงานผลการดำเนินงาน

            นายชูชีพ ธรรมเพชร รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ได้นำเสนอเป้าหมายการพัฒนาจังหวัดสงขลา ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569   ภายใต้วิสัยทัศน์ “สงขลาเมืองน่าอยู่ ศูนย์กลางเศรษฐกิจภาคใต้ เชื่อมโยงอาเซียน พัฒนาอย่างยั่งยืน” โดยกำหนดประเด็นการพัฒนา 4 ด้าน ได้แก่  การพัฒนาและยกระดับภาคการเกษตร อุตสาหกรรม   การค้า การลงทุน พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและระบบโลจิสติกส์อย่างเป็นระบบ  การส่งเสริมการท่องเที่ยว กีฬา และบริการที่ได้มาตรฐาน การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และยกระดับคุณภาพชีวิตตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อสร้างความมั่นคงปลอดภัยในสังคมพหุวัฒนธรรม และการอนุรักษ์ฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

           จากแนวทางการพัฒนาดังกล่าว จังหวัดสงขลาได้แบ่งพื้นที่การพัฒนาออกเป็น 4 กลุ่ม ตามลักษณะภูมิประเทศและภูมิสังคม ได้แก่ พื้นที่คาบสมุทรสทิงพระ ส่งเสริมให้เป็นแหล่งผลิตข้าวและคลังอาหารของจังหวัด ประกอบด้วย อำเภอระโนด สทิงพระ กระแสสินธุ์ และอำเภอสิงหนคร, พื้นที่เศรษฐกิจศูนย์กลางการค้า การลงทุน การค้าชายแดน คมนาคม และการศึกษา ประกอบด้วย อำเภอเมืองสงขลา อำเภอหาดใหญ่ และสะเดา, พื้นที่การพัฒนาด้านการเกษตรอื่น ๆ ประกอบด้วย อำเภอนาหม่อม ควนเนียง บางกล่ำ รัตภูมิ และอำเภอคลองหอยโข่งและพื้นที่เฝ้าระวังด้านความมั่นคง ประกอบด้วย อำเภอจะนะ เทพา นาทวี และอำเภอสะบ้าย้อยเพื่อกำหนดทิศทางการพัฒนาให้สอดคล้องกับบริบทพื้นที่

           ที่ประชุมได้รับทราบรายงานสถานการณ์การค้าชายแดนไทย-มาเลเซีย จังหวัดสงขลา โดยด่านชายแดนจังหวัดสงขลา  มีจำนวน 3 ด่าน  ได้แก่ ด่านศุลกากรสะเดา ด่านศุลกากรปาดังเบซาร์ และด่านศุลกากรบ้านประกอบ  รวมถึงภาพรวมการค้าชายแดนด่านสะเดา กับวิสาหกิจชุมชน  ลักษณะการค้าชายแดนที่เกี่ยวข้องกับวิสาหกิจชุมชน ได้แก่ สินค้าเกษตร อาหารแปรรูป สินค้าชุมชน/ฮาลาล  รวมถึงสัดส่วนการค้าของผู้ประกอบการรายย่อยเมื่อเทียบกับผู้ประกอบการรายใหญ่  และสำนักงานพัฒนาชุมชนได้รายงานการดำเนินงานด้านการพัฒนาผู้ผลิต  ผู้ประกอบการ OTOP  โครงการส่งเสริมกระบวนการเครือข่ายองค์ความรู้ 

            พร้อมกันนี้ได้มีการเสนอแนวทางการส่งเสริมการค้าชายแดนและวิสาหกิจชุมชน ดังนี้  การอำนวยความสะดวกทางการค้า (Trade Facilitation) ทั้งในด้านขั้นตอนพิธีการศุลกากร การผ่านแดน การตรวจปล่อยสินค้า และการนำระบบดิจิทัลมาใช้ ตลอดจนปัญหาอุปสรรคที่ผู้ประกอบการรายย่อยยังประสบอยู่   ด้านกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง อาทิ ข้อจำกัดตามกฎหมายศุลกากร สรรพากร สรรพสามิต และกฎหมายอื่น ๆ จะถูกหยิบยกขึ้นพิจารณา รวมถึงประเด็นภาษีอากร ความเข้าใจเกี่ยวกับสิทธิประโยชน์ และแนวทางจูงใจให้ผู้ค้าชายแดนเข้าสู่ระบบอย่างถูกต้อง

            อีกประเด็นสำคัญคือความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐานและโลจิสติกส์ชายแดน  ตลอดจนมาตรฐานสินค้าและความปลอดภัย อาทิ การรับรองจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และระยะเวลาในการขอรับรองมาตรฐาน   รวมถึงมุ่งเน้นการเชื่อมโยงการค้าชายแดนกับการพัฒนาวิสาหกิจชุมชนอย่างยั่งยืน ทั้งด้านการสร้างรายได้ การจ้างงาน การพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการ รวมถึงผลกระทบทางสังคม สิ่งแวดล้อม และวัฒนธรรมในพื้นที่ชายแดน

          ทั้งนี้จะมีการบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงาน อาทิ กรมศุลกากร ตรวจคนเข้าเมือง สรรพากร สรรพสามิต และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อแก้ไขปัญหาความซ้ำซ้อนของระบบ พร้อมรวบรวมข้อเสนอเชิงนโยบายเพื่อผลักดันการปรับปรุงกฎหมายและมาตรการในระดับประเทศต่อไป

          ด้านนายนิพนธ์ เอกวานิช รองประธานคณะกรรมาธิการการพาณิชย์และการอุตสาหกรรม วุฒิสภา กล่าวว่า การลงพื้นที่ศึกษาดูงานในครั้งนี้ ทำให้เห็นความสำคัญและความแตกต่างของชายแดนและวิสาหกิจชุมชนแต่ละพื้นที่ เพื่อให้การจัดทำข้อเสนอแนะเชิงนโยบายดำเนินไปตามบริบทและเห็นผลอย่างเป็นรูปธรรม.