ปีใหม่ ”หาดใหญ่” ไม่ฟื้น เปิดกิจการยังไม่เต็มร้อย วอนรัฐเร่งช่วย

หมวดหมู่ : สงขลา, ทั่วไป,

อ่าน : 112
ปีใหม่ ”หาดใหญ่” ไม่ฟื้น เปิดกิจการยังไม่เต็มร้อย วอนรัฐเร่งช่วย

            นายกสมาคมโรงแรมหาดใหญ่สงขลา เผยงานเคาต์ดาวน์จัดอย่างยิ่งใหญ่หลายแห่ง หวังเม็ดเงินช่วยพลิกฟื้นเศรษฐกิจหลังประสบอุทกภัยมหาวิปโยค นักท่องเที่ยวมาเที่ยวกันมากนับหมื่นคน แต่ยอดจองโรงแรมมีอัตราเข้าพักเพียง 50% เนื่องจากบริษัทห้างร้าน ร้านอาหารขนาดใหญ่ และโรงแรมยังเปิดได้ไม่เต็ม 100 % แถมตั๋วเครื่องบินแพงคนมาไม่ล้นหลาม อยากให้ภาครัฐเร่งช่วยเหลือด่วน จะได้ฟื้นตัวจริง

             ช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ นับเป็นช่วงที่พิสูจน์การพลิกฟื้นทางเศรษฐกิจของจังหวัดสงขลา เนื่องจากมีการจัดงานเคาต์ดาวน์กันหลายอำเภอและหลายพื้นที่ โดยเชื่อว่าการจัดงานส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่จะมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเข้ามาเที่ยวและฉลองปีใหม่กันจำนวนมาก พร้อมกันนี้ภาคธุรกิจต่างๆ มีการคาดหวังว่าช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ จะช่วยกระตุน้ำเศรษฐกิจที่เสียหายมหาศาลจากการเกิดอุทกภัยมหาวิปโยค ให้พลิกฟื้นกลับมาและคาดหวังว่าจะมีเงินสะพัดหลายร้อยล้านบาทหรืออาจถึง 1 พันล้านบาท

              ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จังหวัดสงขลามีการจัดงานส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่หลายแห่ง คือ อ.หาดใหญ่ คืนวันที่ 31 ธ.ค.2568 การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ร่วมกับ เทศบาลนครหาดใหญ่ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จัดงาน “Hatyai New Year 2026” ณ บริเวณถนนธรรมนูญวิถี (แยกโอเดียน) และมีการจัดงานใหญ่อีกงานคืองาน “Hatyai Countdown 2026” จัดโดยศูนย์การค้า เซ็นทรัล หาดใหญ่ มีชาวไทยและชาวต่างชาติเข้าร่วมจำนวนมาก ชมการแสดงจากศิลปินและร่วมฉลองส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่อย่างสนุกสนา ท่ามกลางพลุสวยงาม เป็นที่ประทับใจนักท่องเที่ยวที่เข้าร่วมงาน

              ส่วนบริเวณชายหาดสมิหลา อ.เมือง จ.สงขลา เป็นอีกสถานที่หนึ่งที่มีกากจัดงานส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ เทศบาลนครสงขลาจัดอย่างยิ่งใหญ่ในชื่องาน “AMAZING COUNTDOWN SONGKHLA FESTIVAL 2026” มีชาวไทยและนักท่องเท่ียวชาวต่างชาตเข้าร่วมงานกันเนืองแน่นหลายหมื่นคน ต่างสนุกสนานกับชมการแสดงของศิลปินท่ามกลางแสงสีเสียงตระการตา ก่อนร่วมเคาต์ดาวน์กันอย่างยิ่งใหญ่

              ทางด้านบริเวณด่านนอก อ.สะเดา เป็นพื้นที่เศรษฐกิจของจังหวัดสงขฃาอีกแห่ง ซึ่งระยะหลังธุรกิจซบเซาลง ตั้งแต่การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 และการปราบปรามธุรกิจจีนเทา จนมาถึงช่วงส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ปีนี้ เทศบาลเมืองสะเดาและภาคธุรกิจในด่านนอก จัดงานส่งท้ายปีเก่าต้อนรับใหม่ ในชื่อ “Dannok Countdown 2026” ใจกลางถนนสายหลักของด่านนอก ปรากฏว่ามีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย ชาวมาเลเซียและชาวอินเดียมาร่วมงานกว่า 5,000 คน บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก ร้านค้ารอบบริเวณงานขายดิบขายดี ส่งผลให้การจัดงานครั้งนี้ช่วยกระตุ้นเศรษฐให้กลับมาคึกคักขึ้นอีกครั้ง

             ขณะที่ ดร.สิทธิพงษ์ สิทธิภัทรประภา นายกสมาคมโรงแรมหาดใหญ่สงขลา เป็นอีกบุคคลหนึ่งที่โดดเด่นในเรื่องของการช่วยเหลือนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียและคนไทย ที่ติดค้างอยู่ในโรงแรมต่างๆเกือบ 10,000 คน โดยร่วมกับภาคีเครือข่ายต่างๆและกงสุลมาเลเซียประจำจังหวัดสงขลา รวมทั้งองค์กรภาคเอกชนชาวมาเลเซียที่นำเรือและถุงยังชีพ มาช่วยเหลือนักท่องเที่ยวรวมทั้งการแจกจ่ายสิ่งของช่วยเหลือประชาชนหลังน้ำลดอย่างไม่หยุดหย่อน จนกลายเป็นบุคคลถูกกล่าวถึงในวงโซเชียลและวงการธุรกิจโรงแรมมากที่สุด

             ดร.สิทธิพงษ์ ให้ข้อมูลว่า สถานการณ์มหาอุทกภัย'น้ำท่วมหาดใหญ่ปลายปี 68 เป็นปีที่ต้องจารึกในประวัติศาสตร์ แห่งความสูญเสียของประชาชนและภาคธุรกิจนับแสนล้านบาท หลายกิจการได้รับความเสียมาก และมีทั้งสิ้นเนื้อประดาตัว หลายกิจการไม่สามารถฟื้นฟูกลับมาเปิดได้หยุดกิจการ เพราะไม่มีทุนในการฟื้นฟูธุรกิจ และไม่กล้าเสี่ยงในการทำธุรกิจในอำเภอหาดใหญ่เนื่องจากกลัววิกฤตน้ำท่วมซ้ำเติมทุกๆปี ร้านค้า บริษัทห้างร้าน ร้านอาหารขนาดใหญ่ และโรงแรมยังเปิดได้ไม่เต็ม 100 % ให้ทุกคนมาสัมผัสดูได้เลย หลายที่ยังล้างร้านค้า สถานประกอบการยังไม่เสร็จ และต้องหาเงินลงทุนมาซื้อข้าวของอุปกรณ์เฟอร์นิเจอร์ โดยยังไม่มีแหล่งทุนที่เข้าถึงได้

                 “ภาครัฐยังไม่มีแผนมาตรการรองรับ ขณะที่เงินเยียวยาธุรกิจรายละ 100,000 บาท และฟื้นฟูอีก 100,000 บาทไม่เพียงพอต่อการฟื้นฟูธุรกิจ ยังขาดอีกหลายปัจจัย เช่นกันให้เงินกู้ในอัตราร้อยละ 1.5 รวมทั้งการงดเก็บภาษีที่ดิน ภาษีเงินได้ส่วนบุคคลและนิติบุคคล  รวมถึงความเชื่อมั่นในการแก้ปัญหาน้ำท่วมที่เต็มระบบ ตราบใดที่รัฐบาลไม่ออกมาให้ทำยืนยันว่าจะแก้ปัญหาน้ำท่วมของอำเภอหาดใหญ่ผู้เชี่ยวชาญ มีแผนศึกษาอย่างจริงจังหรือเชิญผู้เชี่ยวชาญในการแก้ปัญหาน้ำท่วมจากประเทศเนเธอร์แลนด์มาสำรวจ พร้อมทุ่มงบประมาณอย่างเต็มที่  หากรับแก้ปัญหาเรื่องนี้อย่างจริงจังนักธุรกิจและนักลงทุนมีความเชื่อมั่น การลงทุนด้านต่างๆจะเดินหน้าไปอย่างต่อเนื่อง แต่ในขณะเดียวกันกลุ่มทุนขนาดใหญ่เช่น CP หรือกลุ่ม central พัฒนาหรือกลุ่มยักษ์ใหญ่ต่างๆกลุ่มพวกนี้สามารถฟื้นตัวได้ก่อน กลุ่มธุรกิจขนาดเล็กเล็กขนาดกลางต่างรอคำตอบจากภาครัฐ กลับไม่มีสัญญาณตอบรับจากภาครัฐแต่อย่างใดกลายเป็นว่าภาครัฐลืมคนหาดใหญ่ไปแล้ว” ดร.สิทธิพงษ์กล่าว

             สำหรับช่วงปีใหม่ที่ผ่านมาหน่วยงานภาครัฐจัด งานเคาต์ดาวน๋ต้อนรับปีใหม่ จัดเต็มทั้งแสงสีความบันเทิงด้วยงบประมาณนับ 10 ล้านบาท มีทั้งคนไทยและชาวต่างชาติ มาร่วมงานนับหมื่นคน แต่ยอดจองโรงแรมมีอัตราเข้าพักเพียง 50% เพราะยังขาดความขึ้นชื่อเมืองของหาดใหญ่ที่มีทั้งแหล่งกินแหล่งจับจ่ายที่ยังไม่เปิดให้บริการอย่างเต็มที่ ถึงกระนั้นบรรยากาศช่วงปีใหม่ที่ผ่านมา ถือว่าทำให้ใจกลางเมืองกลับมามีสีสัน มีผู้คน เปลี่ยนภาพลักษณ์จากซากปรักหักพังให้มีสีสันออกไป เป็นการสื่อความหมายว่าหาดใหญ่พร้อมกลับมาต้อนรับผู้คนแล้ว

            ดร.สิทธิพงษ์กล่าวว่าบรรยากาศหลังงานปีใหม่ยังอึมคึม เพราะมีอีกหลายร้านยังรอการกลับมาเปิด ทำให้บรรยากาศโทนท่องเที่ยวยังสะดุดไปหน่อยช่วงนี้  อยากให้ลองปิดตานึกถึงนักท่องเที่ยวเดินลงมาหน้าโรงแรมแล้วจะเลี้ยวไปไหนต่อ เพราะรอบๆยังปิดอยู่ บรรยากาศมันยังไม่ได้ทั้งหมด การสร้างบรรยากาศท่องเที่ยวจึงต้องไปทั้งองค์รวม เพียงที่ใดที่หนึ่งมันไม่ครบองค์ ไปไม่สุดทาง ระหว่างนี้ควรต้องเลี้ยงเมืองด้วยกิจกรรมควบคู่กับการฟื้นฟู

            “หากถามว่าการฟื้นตัวหาดใหญ่ไวหรือไม่ ขึ้นอยู่กับมาตรการช่วยเหลือจากรัฐบาล น้ำท่วมครั้งนี้ไม่ใช่แค่เรื่องท้องถิ่นแต่มันคือระดับชาติ หากรัฐปรับลดระดับให้เป็นเรื่องท้องถิ่น หาดใหญ่ก็จะฟื้นช้าหรือหายจากสาระบบ คนมีทุนก็ฟื้นตัวได้ คนที่หมดแล้วก็เลิกไม่ไปต่อ แต่คนที่หัวเลี้ยวหัวต่อ ยังจำเป็นที่รัฐจะต้องสร้าง ซอฟท์โลนให้มาฟื้นธุรกิจ และสร้างความเชื่อมั่น ด้านการป้องกันน้ำท่วมเพื่อไม่ให้ทุนเก่าไหลออก และทุนนอกยังไหลเข้ามา เวลาผ่านไปไวมากนี่ก็เดือนกว่าแล้วอีกไม่นานก็จะครบปีน้ำจะท่วมอีกเหรอไม่ยังไม่มีใครรู้ ภาครัฐควรรีบดำเนินการ อย่าให้เขานินทากันว่านโยบายทิ้งคนหาดใหญ่ไว้ทีหลัง ถูกนำไปประยุกต์ใช้แล้ว” ดร.สิทธิพงษ์กล่าย้ำ

               ดร.สิทธิพงษ์ เผยอีกว่า หลังเผชิญอุทกภัยครั้งใหญ่ช่วงเดือนพ.ย. ที่ผ่านมา หาดใหญ่กำลังอยู่ระหว่างการฟื้นฟูเมืองและตั้งหลักใหม่ ทั้งในมิติของเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว โดยมีการเตรียมจัดกิจกรรมเคาท์ดาวน์ปีใหม่ 2026 เพื่อสร้างบรรยากาศและดึงความเชื่อมั่นกลับคืน อย่างไรก็ตาม ความพยายามดังกล่าวกำลังเผชิญอุปสรรคสำคัญจาก ราคาค่าตั๋วเครื่องบินเส้นทางกรุงเทพฯ–หาดใหญ่ที่ปรับตัวสูงผิดปกติในช่วงสิ้นปี

            “จากการตรวจสอบราคาตั๋วเครื่องบินเที่ยวเดียวในช่วงวันหยุดยาวปีใหม่ พบว่าราคาอยู่ในช่วงประมาณ 4,700–8,300 บาทต่อเที่ยวบิน ขณะที่ราคาปกติโดยเฉลี่ยอยู่ที่ราว 1,000–2,000 บาทต่อเที่ยวบิน ซึ่งถือว่าสูงมากสำหรับการเดินทางภายในประเทศ และมีระดับใกล้เคียงกับการเดินทางไปต่างประเทศ โดยช่วงเวลานี้เป็นช่วงที่คนในพื้นที่พยายามฟื้นเมืองและต้องการแรงสนับสนุนจากนักท่องเที่ยว โดยมีประชาชนจำนวนไม่น้อยตั้งใจเดินทางมาท่องเที่ยว ใช้จ่าย และให้กำลังใจคนหาดใหญ่ แต่เมื่อพบราคาตั๋วเครื่องบินที่สูงผิดปกติ ทำให้หลายคนตัดสินใจไม่เดินทางเข้าพื้นที่ ขณะเดียวกัน คนในพื้นที่ที่ทำงานอยู่ต่างจังหวัดและวางแผนจะเดินทางกลับบ้านในช่วงหยุดยาวปีใหม่ บางส่วนก็เลือกไม่เดินทางกลับ เนื่องจากแบกรับค่าตั๋วเครื่องบินไม่ไหว ส่งผลให้หาดใหญ่สูญเสียโอกาสทั้งในด้านการท่องเที่ยวและกำลังซื้อภายในพื้นที่ในช่วงเวลาเดียวกัน” ดร.สิทธิพงษ์ กล่าว

            ดร.สิทธิพงษ์ กล่าวตอนท้ายว่า สถานการณ์ดังกล่าวสะท้อนว่าต้นทุนการเดินทางกำลังสวนทางกับความพยายามของคนในพื้นที่ที่กำลังฟื้นฟูเมืองหลังน้ำท่วม พร้อมระบุว่า ประเด็นนี้คงไม่ขอเรียกร้องไปยังภาครัฐ เนื่องจากมีหลายเรื่องที่ได้สะท้อนมาอย่างต่อเนื่องแล้ว แต่ขอความร่วมมือไปยัง สายการบินโดยตรง ให้พิจารณาตรึงราคาค่าโดยสารให้อยู่ในระดับปกติในช่วงนี้.