ยื่น ผวจ.สงขลาตัดสินเยียวยาบ้านร้าว-เจ้าของเหมืองยันช่วยแล้ว
หมวดหมู่ : สงขลา, ทั่วไป,
โฟสเมื่อ : 17 เม.ย. 2569, 21:42 น. อ่าน : 202
ผู้ใหญ่บ้านยืนยันเตรียมนำชาวบ้าน 50 คน เข้ายื่นหนังสือถึง ผวจ.สงขลา เป็นคนกลางเรียกทุกฝ่ายมาคุยเรื่องการช่วยเหลือเยียวยา กรณีบ้านแตกร้าวจากการระเบิดของเหมืองหิน ต.คอหงส์ อ.หาดใหญ่ พูดต่อหน้ากันจะได้รู้ว่าติดขััดตรงไหน ใครเคยได้รับความช่วยเหลือแล้วหรือยังไม่ได้รับ ขณะที่เจ้าของบริษัทำเหมืองกินยืนยันช่วยมาหลายครั้งแล้ว แต่ยังมีชาวบ้านร้องเรียนอีก
ความคืบหน้ากรณีชาวบ้าน ต.ทุ่งใหญ่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ที่ได้รับความเดือดร้อนบ้านแตกร้าวจากการระเบิดหินของเหมืองหิน บริษัท เขาบันไดนางศิลา จำกัด ที่ ต.คอหงส์ อ.หาดใหญ่ และบางจุดมีดินถล่ม โดยมีชาวบ้าน 5 รายยื่นฟ้องศาลปกครอง และชาวบ้านอีก 110 ราย ยื่นเรื่องถึงสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดสงขลา แต่ยังไม่มีการเยียวยา เนื่องจากมีปัญหาเรื่องการประเมินความเสียหายที่ถูกมองว่าเกินจริง และยังหาช่างมาประเมินใหม่ไม่ได้ ตามข่าวที่เสนอมาต่อเนื่องนั้น ล่าสุดผู้สื่อข่าวได้พบกับ สมาชิก อบต.ทุ่งใหญ่ ผู้หนึ่งเปิดเผยว่า ทราบว่าที่ผ่านมามีการเยียวยาไปแล้วเมื่อประมาณ 7 ปีที่ผ่านมา ไม่ทราบว่าชาวบ้านจะมาเรียกร้องอะไรอีก ส่วนที่ทางอุตสาหกรรมจังหวัดสงขลา ให้ช่าง อบต.มาประเมินตามที่มีการร้องเรียนใหม่ ควรให้ช่างของเทศบาลเมืองคอหงส์ พื้นที่ระเบิดหินมาร่วมด้วย เนื่องจากช่างของ อบต.ทุ่งใหญ่ มีไม่เพียงพอ หากจะให้ช่างที่อื่นมาประเมินใครจะรับผิดชอบค่าใช้จ่าย
นายกมล ชูโตชนะ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 1 ต.ทุ่งใหญ่ กล่าวว่า ตนทราบเรื่องทุกอย่าง เรื่องการเยียวยาตนต้องให้ชาวบ้านเข้าพบ ผวจ.สงขลา เพื่อให้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมารับทราบและชี้แจงเงินเยียวยา ส่วนเรื่องที่ช่างประเมินความเสียหายหากได้พบ ผวจ.ทุกอย่างจะได้รู้ว่าตามที่อ้างกันว่าติดขัดตรงไหน เรื่องการเยียวยาที่บอกว่าได้ช่วยแล้วใครได้เงินแล้วหรือใครไม่ได้รับ เมื่อชาวบ้านเดือดร้อนตนในฐานะเป็นผู้ใหญ่บ้าน พร้อมดูแลลูกบ้านอย่างเต็มที่พร้อมยืนเคียงข้างชาวบ้านในสิ่งที่ถูกต้อง
ส่วนนางสุปราณี เรืองคำ แกนนำชาวบ้านหมู่ที่ 1 ต.ทุ่งใหญ่ กล่าวว่า เงินเยียวยาทางชาวบ้านเคยรับแล้วตั้งแต่ 7 ปีที่ผ่านมา แต่ได้หลังละ 1,000 – 2,000 บาท ต่อหลัง อยากถามว่ามีการระเบิดต่อเนื่อง บ้านก็พังเพิ่มขึ้นอีก ส่วนการประเมินค่าเสียหาย ทางผู้ประเมินได้ประเมินหรือยังแล้วมาอ้างว่าราคาสูงเกินความจริง ลองลงไปดูที่บ้านชาวบ้านให้เห็นกับตา แล้วจะได้รู้ว่าชาวบ้านนอนแบบหวาดผวา ตนและชาวบ้านจึงฝากความหวังไว้ที่ ผวจ. สงขลา ช่วยชาวบ้านที่เดือดร้อนด้วย และจะได้ทำหนังสือพร้อมแกนนำชาวบ้าน 50 คน เข้าพบนายรัฐศาสตร์ ชิดชู ผวจ. สงขลา ต่อไป
ด้านนายเฉลิมชัย ครุอำโพธิ์ หรือเถ้าแก่หลี เจ้าของบริษัท เขาบันไดนางศิลา จำกัด ได้เปิดโอกาสให้ผู้สื่อข่าวเข้าพบและสัมภาษณ์ถึงกรณีดังกล่าวว่า ตนเได้ทำเหมืองหินเป็นเวลาหลายปีแล้ว กรณีชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อนจากการระเบิดหินของเหมืองหิน ตนได้มีการช่วยเหลือและเยียวยามานานแล้วตั้งแต่เกิดเหตุทุกๆหลัง และตนลงไปตรวจเยี่ยมทุกๆครั้ง ยืนยันเลยว่าได้ดูแลและเยียวยาจริงๆ ชาวบ้านและผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 1 ต.ทุ่งใหญ่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา รวมทั้งกำนันขอความอนุเคราะอะไรตนให้ทุกอย่าง ทำถนนให้ชาวบ้านใช้อย่างสะดวกสะบาย ช่วงโควิด-19 ตนดูแลทุกครัวเรือนเสมอเหมือนญาติมิตร และมีการตรวจสุขภาพให้กับชาวบ้านทุกบ้านทุกปี โดยได้ตั้งกองทุนรอบเหมืองหินเขาบันไดนาง กองทุนพัฒนาหมู่บ้านรอบพื้นที่เหมืองแร่ และกองทุนเฝ้าระวังสุขภาพ เพื่อดูแลคุณภาพชีวิตชุมชนและสิ่งแวดล้อม
นายเฉลิมชัยกล่าวถึงการที่มีการร้องเรียนเพิ่มเติมอีกว่า ตนมีหลักฐานการเยียวยาหลายร้อยแผ่น และมีเอกสารลายเซ็นผู้รับเงินทุกคนเพื่อนำไปซ่อมแซมบ้าน ระเบิดหินทุกครั้งจะมีใบตรวจวัดและการตรวจวัดจะมีเจ้าหน้าที่ของอุตสาหกรรมจังหวัดสงขลา คณาจารย์ผู้เชี่ยวชาญและเจ้าหน้าที่สาขาวิชาวิศวกรรมเหมืองแร่และวัสดุ คณะวิศวกรรม ศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 1 ต.ทุ่งใหญ่ และตัวแทนชาวบ้าน ดูเครื่องตรวจวัดแรงระเบิดหิน (Blast Monitor) เป็นอุปกรณ์ เซ็นเซอร์ 3 แนวแกน ที่ใช้บันทึกแรงสั่นสะเทือน และความดันอากาศจากการระเบิดเหมืองหรือก่อสร้าง ช่วยประเมินผลกระทบต่ออาคารและโครงสร้างใกล้เคียงตามมาตรฐานความปลอดภัย การตรวจประเมินทุกครั้งเป็นปกติ และสาเหตุที่ไม่มีเจ้าหน้าที่มาประเมินค่าความเสียหาย คงเป็นเพราะเขาได้มาประเมินกันหลายรอบแล้วเงินเยียวยาก็ดูแลกันแล้ว
“ผมเป็นคนชอบทำบุญ ชอบการบริจาคตามโรงพยาบาลหลายๆแห่ง และพูดความจริงทุกครั้งที่ทำธุรกิจทำแล้วอยากทำแบบสบายใจ ช่วยเหลือเพื่อนบ้าน แต่ถ้าผมไปทำให้เพื่อนบ้านใกล้เคียงได้รับความเดือดร้อน ผมจะทำไปเพื่ออะไร ผมมีแต่ให้ไม่เคยที่จะไปปฏิเสธใคร ผมกล้ายืนยันทำเพื่อส่วนรวมจริงๆ” นายเฉลิมชัยกล่าว ข่าวคืบหน้าจะเสนอต่อไป.