“เหมืองหิน”ไม่จบง่าย-ประเมินค่าเสียหายใหม่อ้างของเดิมสูงไป

หมวดหมู่ : สงขลา, ทั่วไป,

อ่าน : 209
“เหมืองหิน”ไม่จบง่าย-ประเมินค่าเสียหายใหม่อ้างของเดิมสูงไป

         คณะทำงานตรวจสอบข้อเท็จจริงและประเมินมูลค่าความเสียหายของบ้านและที่ดิน ที่ชาวบ้านร้องเรียนว่าได้รับความเสียหายจากการระเบิดของเหมืองหิน ต.คอหงส์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา แจ้งผลตรวจสอบแล้วชาวบ้านประเมินค่าเสียหายสูงเกินไปจากสภาพความเป็นจริง ขอประเมินใหม่ภายใน 2 เดือน ชาวบ้านบางคนรอไม่ไหวขอซ่อมแซมก่อน ขณะที่ชาวบ้านพากันบ่นที่ต้องรอไปอีก 2 เดือน เผยจะเข้มงวดการระเบิดของเหมืองให้เข้มขึ้น 

        กรณีชาวบ้านหมู่ที่ 1 ต.ทุ่งใหญ่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา  เข้าร้องเรียนสื่อมวลชนและศูนย์ดำรงธรรม จ.สงขลา ว่าได้รับความเดือดร้อนจากการระเบิดหินของเหมืองหิน บริษัท บันไดนางศิลา จำกัด ที่ ต.คอหงส์ อ.หาดใหญ่ ทำให้บ้านเรือนเกิดการแตกร้าวจำนวนมาก และบางจุดมีดินถล่ม โดยมีขาวบ้าน 5 รายยื่นฟ้องศาลปกครองและชาวบ้านอีก 110 ราย ยื่นเรื่องถึงสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดสงขลา  เพื่อให้เจ้าหน้าที่เข้ามาตรวจสอบความเสียหาย พร้อมทั้งทำหนังสือถึง รมว.กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดย รอง ผวจ.สงขลา ได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะทำงานตรวจสอบข้อเท็จจริงและประเมินมูลค่าความเสียหายของบ้านและที่ดิน มีนายคณบดี สัมพัชนี อุตสาหกรรม จ.สงขลา เป็นหัวหน้าคณะทำงานฯ ส่งทีมงานลงพื้นที่ตรวจสอบความเสียหายบ้าน 110 หลัง และอุตสาหกรรมจังหวัดได้เรียกประชุมผู้เกี่ยวข้องทั้งหลาย เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม 2568 ผ่านมา โดยแจ้งว่าการตรวจสอบบ้านและที่ดินที่ได้รับความเสียหายเสร็จสิ้นแล้ว ตามที่เสนอข่าวมาอย่างต่อเนื่องนั้น

          ความคืบหน้าเรื่องนี้ เมื่อวันที่ 30 กรกฏาคม 2568 ผู้สื่อ่ข่าวได้สอบถามนายวนินิจ หิ้นตั้ว 1 ใน 4 ตัวแทนชาวบ้านที่ได้รับแต่งตั้งเป็นคณะทำงานฯ เกี่ยวกับการประชุมระหว่างคณะทำงานฯ กับตัวแทนชาวบ้าน เมื่อบ่ายวันที่ 16 กรกฏาคม 2568  โดยนายวินิจ เปิดเผยว่าคณะทำงานได้แจ้งให้ทราบว่า การตรวจสอบบ้านและที่ดินที่ได้รับความเสียหาย เนื่องมาจากผลกระทบของการทำเหมืองของ บริษัท บันไดนางศิลา จำกัด เสร็จสิ้นแล้ว และคณะทำงาน ได้ร่วมกันสรุปข้อเท็จจริงเรียบร้อยแล้ว ดังนั้นจึงเรียกประชุมเพื่อให้เกิดข้อสรุปที่เป็นไปในทิศทางเดียวกัน เป็นประโยชน์สูงสุด ตลอดจนเกิดความยุติธรรมในการแก้ปัญหากรณีชาวบ้านร้องเรียนได้รับผลกระทบจากการทำเหมือง จึงได้เรียกประชุม โดยช่วงแรกคณะทำงานฯมีการพูดคุยกันเป็นกลุ่ม

          จากนั้นจึงได้มีการเชิญตัวแทนชาวบ้านเข้าพูดคุยกัน โดยนายคณบดี สัมพัชนี อุตสาหรรมจังหวัดสงขลา หัวหน้าคณะทำงานฯ แจ้งให้ทราบว่า การประเมินสภาพบ้านแตกร้าว ทั้ง 110 หลัง เมื่อเดือนมกราคม 2568 นั้น จากตรวจสอบเห็นว่ามีการประเมินค่าความเสียหายสูงเกินไปจากสภาพความเป็นจริง จึงต้องมีการประเมินใหม่ และจะแจ้งให้ทราบภายใน 2 เดือน ส่วนทีมที่จะมาประเมินความเสียหายใหม่นั้น ทราบว่ามีการติดต่อขอความช่วยเหลือจากมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ แต่ยังไม่มีการยืนยันว่ายินดีจะช่วยเหลือหรือไม่ 

          นายวินิจ กล่าวอีกว่า ตนได้แจ้งให้คณะทำงานฯ ทราบว่า ต้องซ่อมแซมบ้านไปก่อน และจะนำหลักฐานมาแสดงภายหลัง เพราะรอการประเมินไม่ไหว คณะทำงาฯ จึงได้ทำบันทึกไว้เป็นหลักฐาน ส่วนการะเบิดของเหมืองก็ยังมีการะเบิดอยู่ และได้มีการแจ้งค่าเฉลี่ยของความสั่นทะเทือน เสียงและฝุ่น ให้ชาวบ้านทราบแต่ละครั้ง

          ขณะเดียวกันชาวบ้านในพื้นที่ ต.ทุ่งใหญ่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ต่างบ่นกันว่า นี่ต้องรอไปอีก 2 เดือน ซึ่งยังไม่รู้ว่าพอถึง 2 เดือน จะต้องขยายกันไปอีกนานแค่ไหน ถึงจะได้รับการชดใช้ค่าเสียหายจากบ้านที่ได้รับความเสียหายทำให้ชาวบ้านมีการพูดคุยกันว่า ต่อไปการระเบิดหินของหมืองชาวบ้านต้องมีการตรวจสอบให้เข้มงวดย่ิงขึ้น และอาจจะขอให้ทีมตรวจสอบจากหน่วยงานอื่นมาช่วยด้วย เพื่อให้เกิดความสบายใจว่ามีการระเบิดอย่างถูกต้อง ข่าวคืบหน้าจะเสนอต่อไป.