สงขลา-อุตสาหกรรมจังหวัดสงขลา เผยการเยียวยาบ้านที่เสียหายแตกร้าวจากการระเบิดหินของเหมืองหินยังทำไม่ได้ รอช่างมาประเมินใหม่เนื่องจากผู้ประกอบการไม่ตกลง อ้างแจ้งค่าเสียหายเกินจริง ส่วนดินถล่มเจ้าของจะให้ซื้อที่ดินจึงตกลงไม่ได้ และยังพบว่าผู้ประกอบการเหมืองหิน ไม่ทำตามเงื่อนไขในการขออนุญาต จึงได้แจ้งความดำเนินคดีแล้ว และตรวจพบขายหินมากเกินจำนวนที่ขออนุญาตด้วย
กรณีชาวบ้านหมู่ที่ 1 ต.ทุ่งใหญ่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ร้องเรียนว่าได้รับความเดือดร้อนจากการระเบิดหินของเหมืองหิน บริษัท เขาบันไดนางศิลา จำกัด ที่ ต.คอหงส์ อ.หาดใหญ่ ทำให้บ้านเรือนเกิดการแตกร้าวจำนวนมาก และบางจุดมีดินถล่ม โดยมีชาวบ้าน 5 รายยื่นฟ้องศาลปกครอง และชาวบ้านอีก 110 ราย ยื่นเรื่องถึงสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดสงขลา เพื่อให้เจ้าหน้าที่เข้ามาตรวจสอบความเสียหาย พร้อมทั้งทำหนังสือถึง รมว.กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดย รอง ผวจ.สงขลา ได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะทำงานตรวจสอบข้อเท็จจริงและประเมินมูลค่าความเสียหายของบ้านและที่ดิน ต่อมาเมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2568 นายคณบดี สัมพัชนี อุตสาหกรรม จ.สงขลา หัวหน้าคณะทำงานฯ ได้เชิญตัวแทนชาวบ้านเข้าร่วมประชุม และแจ้งให้ทราบว่า การตรวจสอบบ้านและที่ดินที่ได้รับความเสียหายเนื่องมาจากผลกระทบของการทำเหมืองของ บริษัท เขาบันไดนางศิลา จำกัด เสร็จสิ้นแล้ว แต่การเรียกค่าเสียหายเกินจริง ต้องจัดการประเมินใหม่และขอเวลา 1 เดือน ตามที่เสนอข่าวมาอย่างต่อเนื่องนั้น
ความคืบหน้าเรื่อง นายรัฐศาสตร์ ชิดชู ผวจ.สงขลา ได้มอบหมายให้นายคณบดี สัมพัชนี อุตสาหกรรม จ.สงขลา ชี้แจงกับผู้สื่อข่าว โดยนายคณบดีเปิดเผยว่าเหตุการณ์เกิดมาปลายปี 2567 ในช่วงเดิมที่ชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบไม่ได้มาแจ้งที่จังหวัดไปร้องเรียนไปที่ต่างๆผ่านสื่อออนไลน์ ทางอำเภอทราบข่าวได้เชิญผู้เกี่ยวข้องมาแก้ปัญหาเบื้องต้น ส่วนทางอุตสาหกรรมจังหวัดสงขลาทราบภายหลังได้ไปร่วมรับฟังกับทางอำเภอ ในช่วงนั้นประเด็นที่ความเสียหายมี สองส่วนคือบ้านแตกร้าวตอนแรกๆ มีไม่กี่หลังแล้วเพิ่มมาเป็น 109 หลัง อีกประเด็นเรื่องของดินบางจุดมีดินถล่มทับท่ีดินทำการเกษตรจำนวน 2 แปลงที่ได้รับผลกระทบใน ทางอำเภอหาดใหญ่ได้เจรจาแต่ตกลงกันไม่ได้ ทางผู้ประกอบการอ้างว่าทางชาวบ้านเรียกร้องมากเกินไปไม่สามารถชดใช้ได้ ส่วนที่ดินถล่มในแปลงชาวบ้านเจ้าของที่จะให้ผู้ประกอบการซื้อที่ดิน จึงตกลงกันไม่ได้เลยเรื่องมาถึงจังหวัด
ทางจังหวัดได้แต่งตั้งคณะทำงานขึ้นให้ทางอุตสาหกรรมจังหวัดสงขลาเป็นประธานสืบหาข้อเท็จจริงในการเยียวยาชาวบ้านที่รับผลกระทบ มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องคือท้องถิ่นเทศบาลเมืองคอหงส์ อบต.ทุ่งใหญ่ตัวแทนอำเภอหาดใหญ่ เจ้าพนักงานที่ดินโยธาจังหวัดและตัวแทนชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบและผู้แทนสถานประกอบการได้ประชุมความเสียหายและได้รับคำตอบว่าประเมินไม่ได้
ทั้งนี้เนื่องจากทางผู้ประเมินอ้างว่าบางหลังไม่ได้เกิดจากการการระเบิดหินจากแรงสั่นสะเทือน แต่อาจจะเกิดจากบ้านสภาพการอยู่อาศัยแบบอายุใช้งานนานตามสภาพบ้านเก่า ช่างก็เลยไม่กล้าประเมินมา ในส่วนของที่ดินประเมินให้รายละละ 2 แสนบาทตามความเสียหาย เจ้าของที่จะเอาเพิ่มเป็นหลักล้านก็ยังไม่ยุติ ส่วนของบ้านมีประมาณ 109 ราย ต้องมีการประเมินที่ชัดเจน ส่วนบ้านหลายหลังมีการเยียวยามา 1 รอบมาแล้วก่อนหน้านี้ประมาณ 3 ปีที่ผ่านมา และมีการใส่ชื่อเพื่อเรียกร้องสิทธิ์อีกมีการซ้ำซ้อนเอาแล้วเอาอีก ทางผู้ประเมินไม่กล้าใส่เป็นตัวเลขเลยยืดยื้อกันมา จึงมอบให้ทาง อบต.ทุ่งใหญ่ หาช่างเอกชนมาประเมินยอดรวมทั้งหมดประมาณ 4 ล้านบาท ทางกรรมการมาพิจารณาตัวเลขไม่ตรงกันเพราะบ้านบางหลังมีหลักหมื่น
กรรมการสอบถามช่างที่คำนวนว่าใช้หลักอะไรในการคิดทางช่างตอบไม่ได้ ทางกรรมการไม่มีหลักเกณฑ์ในการคิดประเมิน เช่น ค่าวัสดุอะไรบ้าง ค่าแรงเท่าไร่ ตอบไม่ได้ก็ยุติไม่ได้ ทางผู้ประกอบการบอกว่ามากเกินไปไม่จ่ายเพราะถือว่าเกินความเป็นจริง ก็เลยยื้อกันต่อต่างฝ่ายต่างไม่ยอม ส่วนตัวผู้เสียหายยังไม่ได้ไปแจ้งความเลยเพียงแต่ส่งรายชื่อมากับภาพถ่าย ถ้ามีการแจ้งความจะได้เอาผิดผู้ประกอบการได้ ทางอุตสาหกรรมจังหวัดสงขลาจึงให้ทางวิศวกรรมเหมืองแร่ เอาเครื่องมือมาวัดตอนระเบิดหินมาวัดค่า ปรากฏว่าอยู่ในระดับปกติไม่เกินค่าโดยมีตัวแทนทุกฝ่ายอยู่ด้วยกันวนการวัดค่า
นายคณบดี อุตสหกรรมจังหวัดสงขลาเปิดเผยอีกว่า ตอนนี้พบว่าทางผู้ประกอบการรายนี้ที่ทำเหมืองหิน ไม่เป็นไปตามเงื่อนไขในการปฏิบัติในการอนุญาตขอประทานบัตร จึงแจ้งความดำเนินคดีอยู่ และอีกประเด็นพบว่าข้อมูลตั้งแต่อดีตการทำเหมืองมาจนถึงปัจจุบันปริมาณหินที่เอามาออกจำหน่ายมีปริมาเกินเท่าตัวเกินการขออนุญาต ได้ให้ตรวจสอบเพิ่มเติมในการระเบิดหินและนำหินไปจำหน่าย เพราะมีการเอาเปรียบทางภาครัฐ “ทางเรารักษาผลประโยชน์ทางภาครัฐและเป็นกลางทั้งสองฝ่าย ส่วนที่มีการเยียวยาก็ต้องรอประเมินความเสียหาย และจะเร่งหาผู้ประเมินความเสียหายให้เร็วที่สุด เพื่อรีบเยียวยาผู้ที่รับผลกระทบที่มาก จะเร่งช่วยให้ความเป็นธรรมทั้งสองฝ่าย” นายคณบดีกล่าว
ทางด้านชาวบ้านเมื่อทราบข้อมูลจากผู้สื่อข่าว ได้ฝากให้อุตสาหกรรมจังหวัดเร่งหาผู้ประเมินโดยเร็ว เพื่อเยียวยาบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ชาว้บาน รวมทั้งการเร่งรัดดำเนินการตามกฎหมายกับเหมืองหินที่ทำผิด กรณีไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขในการอนุญาตการขอประทานบัตร และการนำหินออกจำหน่ายเกินปริมาณเกินการขออนุญาต ขอให้ดำเนินการอย่างจริงจัง ชาวบ้านรอความหวังกันอยู่ ข่าวคืบหน้าจะเสนอต่อไป.