กรุงเทพฯ - เมื่อวันที่ 13 มิถุนายน 2568 บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นบริษัทโทรคมนาคมเทคโนโลยีชั้นนำอันดับ 1 ของไทย และอันดับ 1 ของโลกด้านความยั่งยืน ด้วยคะแนน DJSI 2024 สูงสุดในกลุ่มอุตสาหกรรมโทรคมนาคมต่อเนื่องเป็นปีที่ 7 เตรียมเสนอขายหุ้นกู้ชุดใหม่ให้แก่ผู้ลงทุนทั่วไป จำนวน 4 ชุด อายุระหว่าง 4 ปีถึง 10 ปี อัตราดอกเบี้ยคงที่ระหว่าง [3.20 – 3.85]% ต่อปี พร้อมจ่ายดอกเบี้ยทุกๆ 6 เดือน หุ้นกู้ได้รับอันดับความน่าเชื่อถือ “A+” แนวโน้ม “คงที่” (Stable) จาก บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด สะท้อนถึงพื้นฐานธุรกิจที่แข็งแกร่งของบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น ในด้านธุรกิจโทรคมนาคม เทคโนโลยีดิจิทัล คาดเปิดให้จองซื้อระหว่างวันที่ 31 กรกฎาคม วันที่ 1 และวันที่ 4 สิงหาคม 2568 ผ่าน 7 สถาบันการเงินชั้นนำได้แก่ ธนาคารกรุงเทพ กสิกรไทย ไทยพาณิชย์ ซีไอเอ็มบี ไทย ยูโอบี บริษัทหลักทรัพย์เกียรตินาคินภัทร และบริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส โดยมีธนาคารกรุงศรีอยุธยา เป็นนายทะเบียนหุ้นกู้และผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้
กรุงเทพฯ - เมื่อวันที่ 3 มิถุนายน 2568 กรุงศรี (ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน)) เอาใจขาช้อป มอบส่วนลดมูลค่า 120 บาทต่อเดือน เมื่อชำระค่าสินค้าหรือบริการผ่าน Lazada Application หรือ Shopee Application ด้วยบัตรกรุงศรี เดบิต ทุกประเภท หรือบัตร Krungsri Boarding Card ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2568 - 31 มีนาคม 2569 ตามเงื่อนไขที่กำหนด
สงขลา - วารสารการเงินธนาคาร เตรียมจัดงานมหกรรมการเงินระดับภูมิภาค งานมหกรรมการเงินหาดใหญ่ ครั้งที่ 15 “MONEY EXPO 2025 HATYAI” อย่างยิ่งใหญ่ ในวันที่ 4-6 กรกฎาคม 2568 ณ หาดใหญ่ ฮอลล์ ชั้น 5 และ ลานโปรโมชั่น ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัล หาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ภายใต้แนวคิด “Resilient Wealth” เพื่อมุ่งสร้างความแข็งแกร่งทางการเงินให้ประชาชนและผู้ประกอบการภาคใต้ ก้าวผ่านเศรษฐกิจโลกที่ผันผวนสู่ความมั่งคั่งอย่างยั่งยืน
นครราชสีมา - ไม่ใช่แค่หมูที่เติบโตในฟาร์ม แต่เป็นความฝันและความรักของคนในครอบครัวที่เติบโตไปด้วยกัน ... ในวันที่หลายคนมองอาชีพเกษตรกรว่าเหนื่อยและไม่มีอนาคต ครอบครัว “นครไธสง” กลับพิสูจน์ว่า หากมีหัวใจ มีระบบที่ดี และมีคนรุ่นใหม่ที่พร้อมสานต่อ อาชีพนี้ก็สามารถกลายเป็น “มรดกชีวิต” ที่มั่นคง ยั่งยืน และเปี่ยมด้วยศักดิ์ศรี
กรุงเทพฯ - กลุ่มงานโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) มีมุมมองต่อทิศทางค่าเงินบาทในสัปดาห์นี้ว่า เงินบาทสัปดาห์นี้มีแนวโน้มเคลื่อนไหวในกรอบ 32.45-33.10 บาท/ดอลลาร์ เทียบกับสัปดาห์ที่ผ่านมา เงินบาทปิดแข็งค่าที่ 32.61 บาท/ดอลลาร์ หลังซื้อขายในช่วง 32.48-32.75 บาท/ดอลลาร์ โดยเงินดอลลาร์อ่อนค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินสำคัญส่วนใหญ่ยกเว้นเงินเยน ขณะที่ยูโรแตะระดับสูงสุดในรอบ 6 สัปดาห์ โดยผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลยูโรโซนระยะสั้นพุ่งสูงขึ้น หลังธนาคารกลางยุโรป(อีซีบี) ปรับลดดอกเบี้ยลงสู่ 2.00% ตามคาด
กรุงเทพฯ - เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2568 บริษัท หาดทิพย์ จำกัด (มหาชน) หรือ HTC แถลงผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2568 โดยมียอดขายรวม 2,100.1 ล้านบาท ลดลง 1.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว อันเป็นผลมาจากเศรษฐกิจภาคใต้โดยรวมที่อยู่ในระดับทรงตัวเมื่อเทียบกับช่วง ไตรมาส 4 ของปี 2567 บริษัทฯ จึงเร่งปรับกลยุทธ์ เน้นการบริหารจัดการต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงาน ทำให้มีอัตรากำไรขั้นต้นและอัตรากำไรสุทธิประจำไตรมาสที่ 42.1% และ 8.7% ตามลำดับ ทั้งนี้ ตลาดเครื่องดื่มพร้อมดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์ (Non-alcoholic Ready-to-Drink: NARTD) ในภาคใต้มีการเติบโตที่ชะลอตัวลง โดยกลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มน้ำอัดลมปรับตัวลดลงเล็กน้อย
กรุงเทพฯ - กลุ่มงานโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) มีมุมมองต่อทิศทางค่าเงินบาทในสัปดาห์นี้ว่า เงินบาทสัปดาห์นี้มีแนวโน้มเคลื่อนไหวในกรอบ 32.85-33.55 บาท/ดอลลาร์ เทียบกับสัปดาห์ที่ผ่านมา เงินบาทปิดอ่อนค่าที่ 33.25 บาท/ดอลลาร์ หลังซื้อขายผันผวนในช่วง 33.07-33.46 บาท/ดอลลาร์ เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านแล้ว เงินดอลลาร์แข็งค่าเล็กน้อยเมื่อเทียบกับสกุลเงินสำคัญ โดยได้แรงหนุนจากข้อตกลงระงับภาษีศุลกากร 90 วัน ที่ประกาศเมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม ซึ่งลดความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯกับจีนอย่างมีนัยสำคัญ
กรุงเทพฯ - เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 2568 กรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ ร่วมมือกับ กรุงศรี (ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน)) ยกระดับงานบริการออกหนังสือสำคัญการส่งออก-นำเข้าสินค้า ด้วยการพัฒนาระบบการชำระเงินแบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Payment) มุ่งสู่เป้าหมายการให้บริการแบบ No Visit อย่างเต็มรูปแบบ ตอบสนองความต้องการของผู้รับบริการ (Citizen Centric) เพิ่มความง่าย สะดวก และรวดเร็วในการรับบริการ
กรุงเทพฯ - กลุ่มงานโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) มีมุมมองต่อทิศทางค่าเงินบาทในสัปดาห์นี้ว่า เงินบาทสัปดาห์นี้มีแนวโน้มเคลื่อนไหวในกรอบ 32.70-33.30 บาท/ดอลลาร์ เทียบกับสัปดาห์ที่ผ่านมา เงินบาทปิดแข็งค่าที่ 33.07 บาท/ดอลลาร์ หลังซื้อขายในช่วง 33.07-33.77 บาท/ดอลลาร์ ขณะที่เงินดอลลาร์แข็งค่าเมื่อเทียบกับเงินยูโรและเยน แม้ข้อมูลบ่งชี้ว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯไตรมาส 1/68 หดตัว 0.3% ซึ่งเป็นการลดลงรายไตรมาสครั้งแรกในรอบ 3 ปี เนื่องจากการนําเข้าพุ่งสูงขึ้นก่อนการปรับขึ้นภาษีศุลกากรและธุรกิจต่างๆสะสมสินค้าคงคลัง ทางด้านเงินเยนอ่อนค่าลงหลังจากธนาคารกลางญี่ปุ่น(บีโอเจ)คงดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 0.50% และปรับลดประมาณการทางเศรษฐกิจโดยส่งสัญญาณระมัดระวังมากขึ้นสำหรับการขึ้นดอกเบี้ยในระยะต่อไป ทั้งนี้ นักลงทุนต่างชาติซื้อหุ้นไทย 1,492 ล้านบาท แต่มียอดขายพันธบัตร 7,411 ล้านบาท
กรุงเทพฯ - กลุ่มงานโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) เผยถึงผลการประชุมคณะกรรมการ นโยบายการเงิน (กนง.) โดยธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ซึ่งมีมติ 5 ต่อ 2 เสียง ให้ลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% อยู่ที่ 1.75% ต่อปี การปรับลดอัตราดอกเบี้ยครั้งนี้เป็นครั้งที่สองของปีนี้หลังจากการปรับลดครั้งแรกเมื่อเดือนกุมภาพันธ์
กรุงเทพฯ - กลุ่มงานโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) มีมุมมองต่อทิศทางค่าเงินบาทในสัปดาห์นี้ว่า เงินบาทสัปดาห์นี้มีแนวโน้มเคลื่อนไหวในกรอบ 33.20-33.90 บาท/ดอลลาร์ เทียบกับสัปดาห์ที่ผ่านมา เงินบาทปิดอ่อนค่าที่ 33.50 บาท/ดอลลาร์ หลังซื้อขายในช่วง 33.08-33.59 บาท/ดอลลาร์ โดยเงินบาทแตะระดับแข็งค่าสุดในรอบ 6 เดือนครั้งใหม่ก่อนจะพลิกกลับมาอ่อนค่า ขณะที่เงินดอลลาร์ฟื้นตัวเมื่อเทียบกับทุกสกุลเงินหลัก หลังรัฐมนตรีคลังสหรัฐฯส่งสัญญาณสงครามการค้ากับจีนจะคลี่คลายลงภายในอนาคตอันใกล้ ขณะที่ประธานาธิบดีทรัมป์อาจปรับลดภาษีศุลกากรที่เรียกเก็บจากจีนจากระดับที่สูงมากเกินจริงและพร้อมที่จะลดข้อพิพาทด้านการค้า นอกจากนี้ ผู้นำสหรัฐฯระบุว่าไม่มีแผนที่จะปลดประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ(เฟด)คนปัจจุบันก่อนที่จะครบวาระในเดือนพฤษภาคม 2569 ท่าทีที่อ่อนลงดังกล่าวช่วยให้นักลงทุนคลายความวิตกเกี่ยวกับการแทรกแซงเฟด และกลับเข้าซื้อสินทรัพย์เสี่ยง ทั้งนี้ นักลงทุนต่างชาติขายหุ้นไทย 8,934 ล้านบาท แต่มียอดซื้อพันธบัตรสุทธิ 18,404 ล้านบาท
กรุงเทพฯ - กลุ่มงานโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) มีมุมมองต่อทิศทางค่าเงินบาทในสัปดาห์นี้ว่า เงินบาทสัปดาห์นี้มีแนวโน้มเคลื่อนไหวในกรอบ 33.25-33.90 บาท/ดอลลาร์ เทียบกับสัปดาห์ที่ผ่านมา เงินบาทปิดแข็งค่าที่ 33.60 บาท/ดอลลาร์ หลังซื้อขายผันผวนในช่วง 33.55-34.99 บาท/ดอลลาร์ โดยเงินบาทแตะระดับอ่อนค่าสุดในรอบเกือบ 5 เดือนก่อนจะพลิกกลับมาแข็งค่าอย่างรวดเร็ว เงินดอลลาร์อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับทุกสกุลเงินหลัก โดยเงินยูโรแข็งค่าสุดในรอบ 3 ปี หลังจากสหรัฐฯและจีนยกระดับความรุนแรงในสงครามการค้าระหว่างกัน แม้ว่าประธานาธิบดีทรัมป์จะระงับการขึ้นภาษีตอบโต้ (Reciprocal Tariff) กับอีกหลายประเทศเป็นเวลา 90 วัน โดยตลาดหุ้นโลกและพันธบัตรสหรัฐฯเหวี่ยงตัวผันผวนสูง หลังรัฐบาลสหรัฐฯปรับทิศทางมาตรการอย่างไม่คาดคิด ทางด้านค่าเงินหยวนจีนในประเทศร่วงลงสู่ระดับต่ำสุดนับตั้งแต่วิกฤตการเงินโลกปี 2550/51 ขณะที่ทรัมป์เรียกเก็บภาษีเพิ่มจากจีนเป็น 145% หลังจากจีนตอบโต้ด้วยอัตราภาษี 125% ทั้งนี้ นักลงทุนต่างชาติขายหุ้นไทยสุทธิ 2,248 ล้านบาท แต่ซื้อพันธบัตร 5,521 ล้านบาท
กรุงเทพฯ - เมื่อวันที่ 8 เมษายน 2568 ทำเนียบรัฐบาล สมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ พร้อมตัวแทนผู้เลี้ยงรวมตัวยื่นหนังสือถึงนายกฯ และ 3 รัฐมนตรี แก้ปัญหาการกดดันทางการค้าจากสหรัฐฯ แนะหันนำเข้าข้าวโพด กากถั่วเหลืองจากสหรัฐฯ ในระดับตัวเลขที่มีนัยยะสำคัญ หวังสหรัฐฯ ผ่อนคลายภาษีนำเข้าต่างตอบแทนกลับมาในอัตราระดับเดิม ช่วยทุกกลุ่มไม่เสียหาย
รุงเทพฯ - กลุ่มงานโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) มีมุมมองต่อทิศทางค่าเงินบาทในสัปดาห์นี้ว่า เงินบาทสัปดาห์นี้มีแนวโน้มเคลื่อนไหวในกรอบ 34.40-35.10 บาท/ดอลลาร์ เทียบกับสัปดาห์ที่ผ่านมา เงินบาทปิดอ่อนค่าที่ 34.20 บาท/ดอลลาร์ หลังซื้อขายในช่วง 33.85-34.44 บาท/ดอลลาร์ โดยเงินบาทแตะระดับอ่อนค่าสุดในรอบ 10 สัปดาห์ ขณะที่เงินดอลลาร์อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักส่วนใหญ่ ขณะที่ตลาดหลีกเลี่ยงสินทรัพย์เสี่ยง อาทิ หุ้น และสินค้าโภคภัณฑ์ ท่ามกลางความวิตกว่านโยบายภาษีศุลกากรที่แข็งกร้าวเกินคาดของประธานาธิบดีทรัมป์จะส่งผลกระทบรุนแรงต่อการค้าโลก โดยเฉพาะหลังจากจีนประกาศตอบโต้ ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯดิ่งลงและสัญญาดอกเบี้ยล่วงหน้าบ่งชี้ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ(เฟด) อาจต้องเร่งลดดอกเบี้ยในปีนี้แม้อัตราเงินเฟ้อจะสูงขึ้นและตัวเลขจ้างงานยังดีเกินคาดก็ตาม การย้ายกระแสเงินทุนสู่แหล่งพักเงินที่ปลอดภัยหนุนเงินเยนสู่ระดับแข็งค่าสุดในรอบกว่า 6 เดือน ทั้งนี้ นักลงทุนต่างชาติขายหุ้นไทยสุทธิ 6,971 ล้านบาท แต่ซื้อพันธบัตร 14,989 ล้านบาท
กรุงเทพฯ - เมื่อวันที่ 4 เมษายน 2568 กรุงศรี (ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน)) เตรียมสำรองเงินสดจำนวน 8,898 ล้านบาท เพื่อรองรับการเบิกถอนเงินของลูกค้าและประชาชนทั่วไปผ่านเครื่องกรุงศรี เอทีเอ็ม และสาขาของธนาคารทั่วประเทศ ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2568 ระหว่างวันที่ 9-15 เมษายน 2568 ทั้งนี้ แบ่งเป็นเงินสดสำรองสำหรับบริการผ่านเครื่องกรุงศรี เอทีเอ็ม จำนวน 4,577 ล้านบาท และช่องทางสาขาของธนาคารจำนวน 4,321 ล้านบาท โดยปัจจุบันธนาคารมีสาขาจำนวน 528 สาขา และเครื่องกรุงศรี เอทีเอ็ม จำนวน 5,344 เครื่องทั่วประเทศ (ข้อมูลจำนวนเครื่อง/สาขา ณ เดือนกุมภาพันธ์ 2568).
กรุงเทพฯ - กลุ่มงานโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) มีมุมมองต่อทิศทางค่าเงินบาทในสัปดาห์นี้ว่า เงินบาทสัปดาห์นี้มีแนวโน้มเคลื่อนไหวในกรอบ 33.55-34.25 บาท/ดอลลาร์ เทียบกับสัปดาห์ที่ผ่านมา เงินบาทปิดอ่อนค่าที่ 33.87 บาท/ดอลลาร์ หลังซื้อขายในช่วง 33.55-33.89 บาท/ดอลลาร์ เงินดอลลาร์แข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินสำคัญส่วนใหญ่ในสัปดาห์ที่ผ่านมา
กรุงเทพฯ - กลุ่มงานโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) มีมุมมองต่อทิศทางค่าเงินบาทในสัปดาห์นี้ว่า เงินบาทสัปดาห์นี้มีแนวโน้มเคลื่อนไหวในกรอบ 33.40-34.00 บาท/ดอลลาร์ เทียบกับสัปดาห์ที่ผ่านมา เงินบาทปิดทรงตัวที่ 33.62 บาท/ดอลลาร์ หลังซื้อขายในช่วง 33.60-33.97 บาท/ดอลลาร์
กรุงเทพฯ - เมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2568 กรุงศรี (ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน)) ร่วมกับ บริษัท เอ็กซ์เพรสซอฟท์แวร์กรุ๊ป จำกัด ผู้พัฒนาซอฟต์แวร์บัญชีสำเร็จรูป เปิดให้บริการ Krungsri Bill Payment Online ที่เชื่อมต่อระบบการรับชำระเงินเข้ากับซอฟต์แวร์บัญชี เพื่อให้ธุรกิจ SME สามารถรับชำระเงินได้ง่าย ๆ ลูกค้าจ่ายเงินได้อย่างสะดวกและปลอดภัย ที่สำคัญ SME สามารถใช้ได้ทันที ลดต้นทุนในการพัฒนาระบบไอที
กรุงเทพฯ - กลุ่มงานโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) มีมุมมองต่อทิศทางค่าเงินบาทในสัปดาห์นี้ว่า เงินบาทสัปดาห์นี้มีแนวโน้มเคลื่อนไหวในกรอบ 33.35-33.85 บาท/ดอลลาร์ เทียบกับสัปดาห์ที่ผ่านมา เงินบาทปิดอ่อนค่าเล็กน้อยที่ 33.63 บาท/ดอลลาร์ หลังซื้อขายในช่วง 33.53-33.82 บาท/ดอลลาร์ โดยเงินบาทแกว่งตัวออกด้านข้าง เงินดอลลาร์ปรับตัวไร้ทิศทางเมื่อเทียบกับสกุลเงินสำคัญในสัปดาห์ที่ผ่านมา ขณะที่ดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐานเดือนมกราคมของสหรัฐฯพุ่งขึ้นเกินคาดที่ 3.3% และประธานาธิบดี ทรัมป์ยังคงกดดันเรื่องมาตรการภาษีสินค้านำเข้าต่อเนื่อง
กรุงเทพฯ - เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2568 บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) รายงานผลประกอบการไตรมาส 4/2567 สร้างกำไรต่อเนื่อง โดยมีกำไรสุทธิหลังหักภาษีและหลังปรับปรุงรายการพิเศษ (Normalized Net Profit After Tax) ที่ 3.6 พันล้านบาท โดย EBITDA เติบโตเพิ่มขึ้นเป็นไตรมาสที่ 8 ติดต่อกัน โดยมีปัจจัยหลักจากการลดลงของค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน จากการมุ่งเน้นผลการดำเนินงานและวินัยทางการเงิน ตลอดจนการรับรู้ผลประโยชน์จากการควบรวม (Synergy) รายได้จากการให้บริการและ EBITDA สูงกว่าแนวโน้มที่ตั้งไว้สำหรับปี 2567